เว็บลิงก์

         

สำหรับเจ้าหน้าที่

โครงสร้างส่วนราชการ

โครงสร้างของเทศบาลตำบลมัญจาคีรี

 

            สำนักปลัด   มีหน้าที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานราชการทั่วไปของเทศบาลและภารกิจที่มิได้กำหนดไว้ว่าเป็นหน้าที่ของส่วนราชการใดเปรียบเสมือนแม่บ้านของเทศบาล ในปัจจุบันสำนักปลัดเทศบาลมีส่วนการงานในสังกัด  ดังต่อไปนี้  งานธุรการ งานการเจ้าหน้าที่  งานทะเบียนราษฎร  งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย  งานแผนและงบประมาณงานนิติการ  งานพัฒนาชุมชน   งานสังคมสงเคราะห์   งานสวัสดิการเด็กและเยาวชน  งานเทศกิจ  งานรัฐพิธี งานประชาสัมพันธ์  งานจัดทำแผนพัฒนาตำบล  งานจัดทำเทศบัญญัติงบประมาณประจำปี งานขออนุมัติดำเนินการตามเทศบัญญัติ และงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรืองานที่ได้รับมอบหมาย

 

            กองคลัง   มีหน้าที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการเงินและบัญชี  งานพัสดุและทรัพย์สิน  งานผลประโยชน์ งานเร่งรัดรายได้  จัดเก็บภาษีของท้องถิ่น งานเบิกจ่ายพัสดุและครุภัณฑ์  งานแผนที่ภาษีและทะเบียนทรัพย์สิน งานสถิติการคลังต่างๆ ดำเนินการประชาสัมพันธ์ข้อมูลเกี่ยวกับการชำระภาษีอากรให้ปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนด การควบคุมตรวจสอบการจ่ายเงินของเทศบาล  ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อทางราชการ งานจัดทำสถิติรายรับ - รายจ่าย ของเทศบาล  ตลอดจนจัดซื้อจัดจ้างในงานต่างๆ  รวมทั้งการจัดทำทะเบียนพัสดุและทรัพย์สินของเทศบาล และงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรืองานที่ได้รับมอบหมาย

 

            กองช่าง   มีหน้าที่ปฏิบัติงานด้านการก่อสร้าง การควบคุมอาคารให้เป็นไปตามกฎหมายตลอดจนการปรับปรุงก่อสร้างถนน ทางเท้า ท่อระบายน้ำ งานไฟฟ้าสาธารณะ บริการประปา สำรวจออกแบบ เขียนแบบถนน อาคาร สะพาน แหล่งน้ำ งานตรวจสอบแบบแปลน การขออนุญาตปลูกสร้างอาคาร ฯลฯ งานการประมาณค่าใช้จ่ายตามโครงการงาน ควบคุมอาคารงานก่อสร้างและซ่อมบำรุงทาง อาคาร สะพาน แหล่งน้ำ งานควบคุมการก่อสร้าง และงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรืองานที่ได้รับมอบหมาย

 

            กองการศึกษา   มีหน้าที่ปฏิบัติงานด้านการส่งเสริมการศึกษา และพัฒนาการศึกษา ซึ่งได้แก่ งานโรงเรียน งานส่งเสริมคุณภาพและมาตรฐานหลักสูตร  งานพัฒนาสื่อและเทคโนโลยีนวัตกรรมทางการศึกษา งานกิจกรรมเด็กและเยาวชน งานกีฬาและนันทนาการ  งานกิจการศาสนา  การจัดการศึกษาปฐมวัย อนุบาลศึกษา ประถมศึกษาการส่งเสริมศาสนา ประเพณี  ศิลปวัฒนธรรม  และงานอื่นๆ  ที่เกี่ยวข้องหรืองานที่ได้รับมอบหมาย

 

            กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม  มีหน้าที่ปฏิบัติงานด้านการสาธารณสุข ส่งเสริมสุขภาพและอนามัย ป้องกันโรคติดต่อ     งานสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมและงานอื่นๆ เกี่ยวกับการให้บริการด้านสาธารณสุข  การรักษาความสะอาด  จัดเก็บขยะมูลฝอยจากอาคารสถานที่   การปรับปรุงแก้ไขสิ่งแวดล้อมทั่วไป  และเหตุรำคาญอื่นๆ   งานแผนงานสาธารณสุข   งานส่งเสริมสุขภาพอนามัย    งานป้องกันและควบคุม   โรคติดต่อ  งานสาธารณสุขมูลฐาน  ตลอดจนงานอื่นๆ  ที่เกี่ยวข้องหรืองานที่ได้รับมอบหมาย

 

โครงสร้างส่วนราชการเทศบาลตำบลมัญจาคีรีตามแผนอัตรากำลัง 3 ปี

 

 

 

การให้บริการของเทศบาลตำบลมัญจาคีรี
  1. การจัดการศึกษา    ในเขตเทศบาลตำบลมัญจาคีรี  มีสถานที่ศึกษา  5 แห่ง อยู่ในความรับผิดชอบของเทศบาล  2  แห่ง  คือ  ศูนย์พัฒนาเด็กปฐมวัยเทศบาลตำบลมัญจาคีรี   และโรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลมัญจาคีรีโดยจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานให้มี คุณภาพ ได้มาตรฐานตามที่รัฐกำหนดและสอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่น
  2. ศูนย์บริการประชาชน    เทศบาลตำบลมัญจาคีรีได้มีการจัดตั้งศูนย์บริการในเรื่องการบริการสาธารณะต่างๆ เช่น  งานจัดเก็บภาษี  ค่าธรรมเนียม และใบอนุญาตต่างๆ  อีกทั้งการรับเรื่องราวร้องทุกข์ร้องเรียนของประชาชนทั่วไป   การบริการข้อมูลข่าวสารของทางราชการ   ซึ่งสถานที่ตั้งของศูนย์บริการเทศบาลตำบลมัญจาคีรีได้จัดตั้งไว้ให้บริการบริเวณ ชั้น 1  ของอาคารสำนักงานเทศบาลตำบลมัญจาคีรี
  3. การจัดการขยะมูลฝอย   ปัจจุบันเทศบาลตำบลมัญจาคีรี  มีปริมาณขยะมูลฝอยประมาณ 10 ตัน/วัน  ซึ่งเทศบาลตำบลมัญจาคีรีมี  รถเก็บขนขยะมูลฝอย  จำนวน  2 คัน  มีบ่อกำจัดขยะ จำนวน 1 แห่ง และบ่อบำบัดน้ำเสีย จำนวน 1 แห่ง
  4. การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย   มีรถยนต์ดับเพลิง  2 คัน  มีรถยนต์บรรทุกน้ำ  2  คัน  เครื่องสูบน้ำ  4  เครื่อง วิทยุสื่อสารแม่ข่าย  2  เครื่อง วิทยุสื่อสารมือถือ   20   เครื่อง  น้ำยาดับเพลิงเคมี  30  เครื่อง  ชุดผจญเพลิงในอาคาร   11  ชุด 
  5. โรงฆ่าสัตว์   ตั้งอยู่บริเวณทิศของตะวันตกของเขตเทศบาลตำบลมัญจาคีรี   เพื่อฆ่าโค กระบือ สุกร ซึ่งโรงฆ่าสัตว์มีการดำเนินงานตามมาตรฐาน เพื่อรองรับการให้บริการของเทศบาล
  6. บริการอินเตอร์เน็ต และ wifi ฟรี  เทศบาลตำบลมัญจาคีรี  ได้ดำเนินการตามโครงการอินเตอร์เน็ตเพื่อประชาชน  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริการอินเตอร์เน็ตฟรีแก่ประชาชนโดยทั่วไป  นักเรียน  นักศึกษา  และผู้ที่มีความต้องการ   สนใจที่จะใช้อินเตอร์เน็ต  เพื่อหาความรู้  ศึกษาหาความรู้  ข้อมูลด้านต่าง ๆ  บนระบบอินเตอร์เน็ต และระบบ wifi  โดยเปิดให้บริการฟรีในวันเวลาราชการ  ตั้งแต่เวลา  08.30 น. - 16.30 น. ณ  ศูนย์ข้อมูลข่าวสารเทศบาลตำบลมัญจาคีรี

 

อำนาจหน้าที่ของเทศบาลตำบลมัญจาคีรี

 

พระราชบัญญัติเทศบาล  พ.ศ. 2496  กำหนดถึงอำนาจหน้าที่ของเทศบาล โดยแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ คือ

  1. ภารกิจหลัก เป็นหน้าที่ที่ต้องทำ  หน้าที่ประการนี้เป็นหน้าที่ที่กฎหมายบังคับให้เทศบาลต้องจัดทำให้เป็นผลดี ถ้าเทศบาลใดไม่อาจปฏิบัติภารกิจหน้าที่ประการนี้ได้หรือไม่บังเกิดผลดีถือได้ว่าเทศบาลนั้นบกพร่องต่อหน้าที่หรือละเลยไม่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่
  2. ภารกิจรอง  เป็นหน้าที่ที่เทศบาลอาจจะทำหรือไม่กระทำก็ได้  ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสถานภาพทางการคลัง  จำนวนบุคลากรเจ้าหน้าที่  จำนวนทรัพย์สิน  และความสามารถของเทศบาลนั้นๆ เป็นเกณฑ์ชี้วัด  แต่เป็นข้อน่าพิจารณาว่าการที่เทศบาลใดจะปฏิบัติหน้าที่ในภารกิจรองได้นั้นควรอย่างยิ่งที่จะลุล่วงในภารกิจหลักอย่างมีประสิทธิภาพครบถ้วนสมบูรณ์เรียบร้อยแล้ว

 

เทศบาลตำบลมัญจาคีรี  มีภารกิจหลักและภารกิจรองที่ต้องดำเนินการตามพระราชบัญญัติเทศบาล  พ.ศ. 2496   ดังนี้

ภารกิจหลัก

  1. การรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชน
  2. การให้มีและบำรุงทางบก  และทางน้ำ
  3. การรักษาความสะอาดของถนน หรือทางเดิน และที่สาธารณะ รวมทั้งการกำจัดขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล
  4. การป้องกันและระงับโรคติดต่อ
  5. การให้มีเครื่องใช้ในการดับเพลิง
  6. การให้ราษฎรได้รับการศึกษาอบรม
  7. การส่งเสริมการพัฒนาสตรี  เด็ก  เยาวชน  ผู้สูงอายุ  และผู้พิการ
  8. การบำรุงศิลปะ  จารีตประเพณี  ภูมิปัญญาท้องถิ่น  และวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่น
  9. ภารกิจอื่นตามที่กฎหมายบัญญัติให้เป็นหน้าที่ของเทศบาล

ภารกิจรอง

  1. การให้มีน้ำสะอาด หรือการประปา
  2. การให้มีโรงฆ่าสัตว์
  3. การให้มีตลาด  ท่าเทียบเรือ  และท่าข้าม
  4. การให้มีสุสาน และฌาปนกิจสถาน
  5. การบำรุงและส่งเสริมการทำมาหากินของราษฎร
  6. การให้มีและบำรุงสถานที่ทำการพิทักษ์รักษาคนเจ็บไข้
  7. การให้มีและบำรุงการไฟฟ้า หรือแสงสว่างโดยวิธีอื่น
  8. การให้มีและบำรุงทางระบายน้ำ
  9. การจัดให้มีเทศพาณิชย์

 

การบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาล (Good Governance)

 

            การบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาล 6 ประการ  ตามแนวทางของสำนักงาน ก.พ. ได้แก่ หลักนิติธรรม หลักคุณธรรม หลักความโปร่งใส หลักการมีส่วนร่วม หลักความรับผิดชอบ และหลักความคุ้มค่า หลักธรรมาภิบาลของประเทศไทยนี้ได้เริ่มนำมาใช้ระหว่างยุควิกฤติเศรษฐกิจ กล่าวคือเพื่อเป็นการสร้างแรงกระตุ้นระบบการทำงานที่ดี ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อให้เกิดการสัมฤทธิ์ผลทางเศรษฐกิจเพื่อประเทศไทยจะได้มีความสามารถในการชำระหนี้ได้ ดังนี้ ทั้งภาครัฐและเอกชนจึงพยายามปรับยุทธศาสตร์ของหน่วยงานของตน  หรือแนวคิดในการทำงานของตนให้สอดคล้องกับรูปแบบของหลักธรรมาภิบาล  หลักธรรมาภิบาลอาจแยกองค์ประกอบที่สำคัญได้ดังนี้

  1. หลักความโปร่งใส  (Transparency) กล่าวคือ  ไม่ว่าจะทำการใดๆในการบริหารจัดการองค์กร   ก็ต้องมีเหตุผล โปร่งใสในวิธีการ สามารถตรวจสอบได้ และมีองค์กรหรือหน่วยงานเพื่อตรวจสอบการทำงาน โดยพร้อมถูกตรวจสอบไม่ว่าจะเป็นจากองค์กรภายในหรือองค์กรภายนอก
  2. หลักนิติธรรม  (Rule of law) หมายถึง  การใช้กฎหมายต่างๆอย่างเที่ยงตรงยุติธรรมสามารถบังคับใช้กฎหมายกับทุกคนได้เสมอกันโดยไม่เลือกปฏิบัติ
  3. หลักความรับผิดชอบ (Responsibility) กล่าวคือ ต้องมีการรับผิดชอบในการกระทำของตนในฐานะเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนของงานหรือองค์กร และต้องปฏิบัติตามหน้าที่ของตนอย่างเคร่งครัดเพื่อบรรลุผลของงานและองค์กร
  4. หลักความเสมอภาค  (Equity)  หมายถึง  การได้รับการปันส่วนในประโยชน์ต่างๆอย่างเท่าเทียมกัน เพื่อจะได้ไม่เกิดการขัดกันแห่งผลประโยชน์
  5. หลักคุณธรรม  (Morality)  กล่าวคือ  คนในองค์กรต้องมีความรู้สึกผิดชอบชั่วดี และสำนึกในความดีงามที่จะทำงานโดยถูกต้องและสุจริต
  6. หลักความคุ้มค่า โดยต้องถือประโยชน์สูงสุดแห่งองค์กรเป็นที่ตั้งในการบริหารและขับเคลื่อนองค์กรไปให้สู่ความสำเร็จ
  7. หลักการมีส่วนร่วม กล่าวคือ ประชาชนและบุคลากรในองค์จะต้องมีส่วนร่วมในการทำงานโดยมุ่งผลแห่งการประสบความสำเร็จกัน                                            

            โดยเมื่อกระทำงานโดยอาศัยหลักธรรมาภิบาลแล้วต้อง  มีความโปร่งใส ความมีประสิทธิภาพ การมีส่วนร่วม และความเป็นธรรม งานจึงจะสามารถบริหารงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและสำเร็จผลในปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นภาครัฐและเอกชนเองได้พยายามนำเอาหลักธรรมาภิบาลมาให้กับองค์กรของตน เนื่องจากหลายองค์กรได้เล็งเห็นว่าหลักธรรมาภิบาลนี้มีประสิทธิภาพ และเสริมสร้างศักยภาพในการทำงานให้แก่ ข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้าง ในหน่วยงานของตน  หลายองค์กรต่างๆของประเทศไทยได้พยายามปรับใช้หลักธรรมาภิบาลในการบริหารองค์กร เช่น รัฐบาลกลาง รัฐวิสาหกิจ  บริษัทที่บริหารงานแบบบรรษัทภิบาล (Corporate Governance) เป็นต้น  ฉะนั้น หากมีการประยุกต์ใช้หลักธรรมาภิบาลกับองค์กร จะทำให้องค์กรสามารถบริหารงานองค์กรได้มีประสิทธิภาพ และสามารถมุ่งไปสู่ความสัมฤทธิ์ผลขององค์กรและงานที่ทำได้มากที่สุด

23 มิถุนายน 58 14:54:39